“ถ้ารู้ว่าไฟมันร้อน…ก็หาทางหนีไฟ”

image

เราคบกันมา 9 ปี มีการวางแผนกันมาตลอด ทั้งเขาและเราก็ต่างเปิดตัวต่อผู้ใหญ่ แล้วตอนนั้นเราก็มีงานการทำที่โอเคแล้วด้วย เลยตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน เพราะคิดว่า”มันคงถึงเวลาแล้ว”…

ที่แต่งงานอาจจะเป็นเพราะว่า เรา”ผูกพันกันมาก” คบกันตั้งแต่สมัยเรียน พอเรียนจบ ต่างคนต่างต้องกลับไปอยู่บ้าน ซึ่งตอนนั้นเราทั้งคู่เสียใจมาก เพราะที่ผ่านมา 5 ปี เราอยู่ด้วยกันตลอด ต้องมาแยกกัน ต้องเจอกันน้อยลง ต่างคนต่างทำงาน เรียนโทด้วยทั้งคู่ ก็เจอกันแค่อาทิตย์ละครั้ง ซึ่งตอนเจอกัน”ไม่มีอะไรวือหวา”เลยนะ เหมือนเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง อาจจะเป็นเพราะเราคบกันมานานมากๆ …แต่ก็เริ่มมีปัญหากัน ทะเลาะกัน น้อยใจ ขี้งอน งี่เง่า ตามประสาคนอยู่ห่างกัน เริ่มจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไร

image

พอเข้าปีที่ 6-8 เลยคุยกันว่าวิธีที่เราควรแก้ปัญหา คือเราต้อง”กลับมาอยู่ด้วยกัน”เหมือนเดิมหรือเปล่า เราถึงจะไม่มีปัญหากันมากแบบนี้ เราเลยคุยกับทางผู้ใหญ่เรื่องแต่งงาน เพราะคิดว่าการแต่งงานการกลับมาอยู่ด้วยกัน “อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด”

ระหว่าง 6 เดือน”ก่อนถึงวันที่จะแต่งงาน” ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน”อีกครั้ง” หลังจากห่างกัน 3 ปี …จะบอกว่ามันคนละเรื่องกับเมื่อก่อนเลยนะ ตอนเรียนไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เรียน กิน เที่ยว แต่ตอนนี้มันคือ”ชีวิตจริง”….อะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนไป เริ่มทะเลาะกันรุนแรงมากขึ้น มีปัญหากันแทบทุกวัน คุยกันว่าควรเลื่อนงานออกไปก่อนมั้ย เพราะเราเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเรายังรักกันอยู่หรือเปล่า ไม่มีความรู้สึกเหมือนคนที่กำลังจะสร้างครอบครัวด้วยกัน ปรับเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้นเลย แต่ ณ ตอนนั้นใกล้ถึงวันแต่งงาน การ์ดก็แจกไปแล้ว คงต้องเดินหน้าต่อ ต้องทำทุกอย่างให้เต็มที่ เพื่อสังคม เพื่อครอบครัว ไม่ให้มีจุดบกพร่อง แต่ในใจ”ทุกข์เหลือเกิน” คิดตลอดว่าเราจะ”หลอกตัวเองและทุกคน”ไปถึงเมื่อไหร่

4

และแล้วทุกอย่างก็พัง…หลังแต่งงานมันคือ”ของจริง” ชีวิตที่ต้องเจอปัญหาสังคม ที่ทำงาน ที่เรียน และอื่นๆ “มันไม่ง่ายเลยนะ”การใช้ชีวิตคู่ กลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ ต้องทะเลาะกันทุกๆวัน อารมณ์ร้อนแรงทั้งคู่ “มันเป็นอะไรที่แย่มากๆ” เราไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาแบบนี้เลย ทำไมทุกอย่างถึงไม่เหมือนเดิม หรือนี่แหละคือ”ตัวตนที่แท้จริง”ของเราทั้งคู่ ทำไมเหมือน”คนไม่รู้จักกันเลย” เราต่างกันมากๆในทุกเรื่อง กลับมาบ้านแล้วไม่มีความสุข “ไม่อยากเจอกัน” มองหน้าแฟนเรา”แต่เราไม่รู้สึกรัก” ไม่รู้ว่ามาถึงจุดนี้ได้ยังไง

ยิ่งอยู่ไปเรายิ่ง”หลอกตัวเองไม่ได้” อยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข เราทั้งคู่ไม่สามารถเสแสร้งได้ หลังแต่งกันมาได้ประมาณ 2-3 เดือน จึงตัดสินใจว่าเราควรหยุด ควรพอแค่นี้…วันนั้นเค้าย้ายของออกไป ก็ใจหายนะ ตั้ง 9 ปี “แต่แปลกที่ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้เลยนะ” อาจเพราะอยู่ด้วยกันจนมันหมดรักแล้วจริงๆ “มันชา จนเฉย” จนไม่มีความรู้สึกอะไรเหลือให้เจ็บอีกแล้ว…

ตอนนี้ก็ผ่านมา 4 ปีแล้ว…ไม่เคยคิดเสียดายเวลา และไม่คิดที่จะกลับไป เพราะเราคงมีบุญมาร่วมกันแค่เท่านี้ ขอบคุณและขอโทษในช่วงเวลาที่ผ่านมา ขอให้เขาเจอคนที่เหมาะสมกับเขา ….ยังคิดว่าการแต่งงานสวยงามเสมอ แต่”ไม่ได้ให้ความสำคัญ” เพราะการใช้ชีวิตคู่ที่แท้จริง คือการที่ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ รับข้อเสียของกันและกันให้ได้ เวลาทุกข์ต้องทุกข์ด้วยกัน เวลาสุขก็สุขด้วยกัน คบกันเป็น 10 ปี 20 ปี หรือจะกี่ปี แต่ถ้ามาใช้ชีวิตร่วมกันไม่ได้”มันก็เท่านั้น”…

image

ชีวิตคู่ใน”โลกแห่งความจริง” มันคือการใช้ชีวิตร่วมกันโดยที่ต่างคนต่างต้องรับข้อเสียของกันและกันให้ได้ เวลาฉันป่วย..เธอจะดูแลฉันมั้ย หาข้าวหายาให้กินมั้ย พาไปหาหมอหรือเปล่า….จะนอนดิ้น ดึงผ้าห่ม นอนแก้ผ้า นอนตื่นสาย ไม่อาบน้ำนอน ทำบ้านรก ขยะไม่เก็บทิ้ง วางของไม่เป็นที่ ไม่ช่วยทำงานบ้านและอื่นๆๆอีกมากมาย “ยังจะรับกันได้มั้ย”

“ไม่ใช่แค่การแต่งงาน”

อย่าคาดหวังว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะสวยงาม

สิ่งที่คิดว่าแน่นอน…อาจไม่แน่นอน

ไม่มีใครเข้าใจเรา..แต่เราเข้าใจตัวเราเอง

ไม่มีใครทุกข์เท่าเรา เวลาเจอปัญหา

และไม่มีใครสุขเท่าเรา ตอนเดินผ่านปัญหาออกมาแล้ว

ทุกอย่างมันขึ้นกับ “เรา” เพียงคนเดียว

 

“ถ้ารู้ว่าไฟมันร้อน…ก็หาทางหนีไฟ”

 

เขียนในฐานะที่เคย..พลาดมาแล้วครั้งนึง
และครั้งนี้จะไม่พลาดอีก
แค่อยากอยู่กับปัจจุบัน
วันนี้ ตรงนี้ แค่นี้ ก็มีความสุขแล้ว…

 

image

 

 

 

 

Artittaya Rattanaphan dela Cruz

Artittaya Rattanaphan dela Cruz

I am the creator of We Are Thailander website. Through my years living in Thailand and other countries, I've been very fortunate to meet other fellow Thailanders from every walks of life. My blog aims to document a Thailander's incredibly unique personal life stories.
Artittaya Rattanaphan dela Cruz