วิชาการที่ย่อยง่าย


image

… จริงๆแล้วการเลือกเรียนเฉพาะทางของหมอแต่ละคนจะมีเหตุผลหลากหลายอยู่เหมือนกัน หลักๆ จะมีสองแบบ คือ เลือกเพราะ “ชอบสาขานี้” หรืออีกแบบ คือ เลือกเพราะ “ไม่ชอบสาขาอื่น” …สำหรับหมอ (หมอเมษ์) เลือกเรียนทางด้านสูตินรีเวชเพราะว่า ชอบการผ่าตัด แต่คิดว่าเรียนศัลยกรรมก็อาจจะหนักเกินไป เพราะต้องผ่าได้ทุกระบบทั้งผู้ชายและผู้หญิง รวมถึงผู้ป่วยอุบัติเหตุด้วย ในขณะที่สูตินรีเวช จะเฉพาะเจาะจงกว่า คือ ดูแลเฉพาะผู้หญิง และผ่าตัดเฉพาะระบบสืบพันธุ์สตรี

นอกจากเหตุผลที่ชอบเรื่องการผ่าตัดแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งทีทำให้อยากเป็นสูตินรีแพทย์คือ นอกจากการได้ดูแลคนที่เป็นโรคแล้ว เรายังได้ดูแลคนที่ไม่ได้เป็นโรคแต่เป็นกระบวนการธรรมชาติ คือ คนที่ตั้งครรภ์ด้วย ในช่วงที่เป็นนักศึกษาแพทย์ เราได้ดูแลคนที่มาคลอด เรารู้สึกว่ามีความสุขที่เห็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มีความสุข ได้เห็นชีวิตใหม่ถือกำเนิดขึ้นมา ซึ่งต่างจากสาขาอื่นที่ต้องเจอแต่คนป่วย ซึ่งทำให้เรารู้สึกหดหู่ จริงๆ ตอนนั้นเหมือนเรามองความเป็นไปของสูตินรีแพทย์แค่ด้านเดียว อาจจะเพราะประสบการณ์ยังน้อย พอมาเรียนมาสัมผัสจริงๆ แล้วพบว่าการเป็นสูตินรีแพทย์ไม่ได้มีแค่ด้านที่สวยงาม แต่ยังมีมุมที่เศร้าด้วย ซึ่งไม่ว่าสาขาไหน อาชีพหมอคงเลี่ยงเรื่องเหล่านี้ได้ยาก แต่เมื่อเราเลือกแล้วว่านี่คือชีวิตที่เราต้องการ เราก็ทำให้ดีที่สุด

และถ้าพูดถึงความสุขของหมอสูติทุกคนจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อ “ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย” มีความประทับใจเกิดขึ้นทุกครั้งที่เห็นลูกกับแม่ได้พบกัน แม้ว่าจะทำคลอดมามากมาย แต่วินาทีที่พิเศษแบบนี้ ทำให้เรารู้สึกดีเสมอ… “ในทางกลับกัน” ถ้าคนใดคนหนึ่งมีปัญหา มันก็ทำให้เราเศร้าทั้งนั้น ไม่ใช่แค่ครอบครัวที่เศร้า หมอที่รักษาเองก็เศร้า ยิ่งเป็นคนไข้สูติด้วยแล้ว จะเกิดปัญหาตอนไหน ไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้เลย ทุกการสูญเสีย ไม่ว่าจะระดับไหน มันก็ทำให้เราเศร้าเสมอเช่นเดียวกัน

การเปลี่ยนบทบาทจากหมอสูติ(หมอบาส)มาเป็นคนท้องเอง ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่วิเศษมากๆ ที่รู้สึกมากคือเข้าใจการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นกับคนไข้ ทั้งเรื่องความรู้สึกอ่อนเพลีย อาการแพ้ท้อง ท้องอืด ท้องผูก ปวดเมื่อย ซึ่งตอนไม่เจอเองบางทีก็จะนึกไม่ออก ว่ามันจะรู้สึกยังไง ที่สำคัญคือความวิตกกังวลต่างๆ ขนาดว่า “เรามีความรู้ยังกลัวนั่นกลัวนี่” ก็พอจะจินตนาการได้ ว่าความไม่สบายใจของคุณแม่ทั่วไปจะมากขนาดไหน เวลาที่มีอาการแปลกๆแต่ละอย่างเกิดขึ้น

สิ่งที่เกิดกับตัวเองที่ไม่ตรงทฤษฎี ที่ชัดหน่อยน่าจะเป็นเรื่องแพ้ท้อง คือตอนแรกก็เข้าใจว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้อาเจียนที่มาเป็นพักๆ เป็นเวลากินอาหารหรือได้กลิ่น แต่ที่เจอเองคือเป็นเวลาหิว คือหิวบ่อย แล้วปล่อยให้หิวไม่ได้จะคลื่นไส้ พอได้กินก็จะหาย เลยกลายเป็นกินเยอะมาก จนคนรอบข้างตกใจเลยค่ะ ว่านี่ท้องจริงเหรอ ทำไมกินได้ขนาดนี้

หมอเมษ์เป็นคนตั้งเพจนี้ขึ้นมา ด้วยแรงบันดาลใจจากการที่ได้เจอคนป่วยในชีวิตจริง และสัมผัสโลกโซเชียล หมอพบว่าความรู้ทางด้านการแพทย์ในบุคคลทั่วไปมีน้อยมาก แม้แต่เรื่องพื้นฐาน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เขียนเพจเป็นเรื่องเป็นราวซักที

จนกระทั่งช่วงหนึ่งที่เกิดเหตุดราม่าเกี่ยวกับการแพทย์เยอะแยะมากมาย จนมาถึงเรื่องที่พีคที่สุด คือ ดราม่าของคนไข้ตั้งครรภ์ที่เสียชีวิต และมีการนำภาพของผู้เสียชีวิตมาบิดเบือน เมื่อมีการชี้แจงจากโรงพยาบาลก็เกิดวลีเด็ดที่ว่า “อย่าเอาวิชาการมาพูดกัน” (น่าจะมีคนจำได้) หมอเมษ์ หมอบาส หมอเจมและเพื่อนๆอีกหลายๆ ก็ช่วยกันชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริงทางการแพทย์ แต่ คอมเมนท์พวกนั้น “ไม่ได้เข้าถึงคนส่วนใหญ่มากนัก” เพราะตอนนั้นหลายคน “ล้วนใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง”…

หมอจึงคิดว่า ถ้าคนเรามีความรู้มากกว่านี้ เรื่องดราม่าหลายๆ เรื่องคงไม่เกิด หรือถ้ามันจะเกิด ก็คงมี คนส่วนหนึ่งที่มีความรู้ช่วยกันบอกสิ่งที่ถูกที่ควร “ไม่ใช่มีเพียง” บุคลากรทางการแพทย์มาชี้แจงกันเอง แล้วคนส่วนนั้นก็จะ “กระจายความรู้” ต่อไปเรื่อยๆได้ อยากให้ความรู้ทางการแพทย์เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายและสามารถกระจายในวงกว้าง

ตลอดเวลา 3 ปีที่ทำเพจมา มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเหนื่อยหน่าย ท้อแท้ จนเกือบจะปิดเพจ แต่ก็เพราะการส่งต่อกำลังใจดีๆจากแฟนเพจจำนวนมาก บอกว่าบทความของเราสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างวิธีคิดในเรื่องสุขภาพ หรือคุณแม่หลายๆคนที่ติดตามกันมาตั้งแต่ก่อนท้อง จนท้อง แล้วคลอดน้องออกมา ก็ส่งรูปน้องพร้อมคำขอบคุณที่บทความของเราเป็นแนวทางในการดูแลตัวเอง เหล่านี้คือพลังใจมหาศาล ที่ทำให้ยังทำเพจนี้ต่อไป เพราะเราคิดมาเสมอว่าถ้าบทความของพวกเราได้สร้างประโยชน์ให้ใคร หรือเปลี่ยนชีวิตใครแค่คนเดียวแค่นั้น ก็ถือว่าคุ้มค่าและประสบความสำเร็จแล้ว…

ติดตามเพจใกล้มิตรชิดหมอ ได้ที่นี่

Artittaya Rattanaphan dela Cruz

Artittaya Rattanaphan dela Cruz

I am the creator of We Are Thailander website. Through my years living in Thailand and other countries, I've been very fortunate to meet other fellow Thailanders from every walks of life. My blog aims to document a Thailander's incredibly unique personal life stories.
Artittaya Rattanaphan dela Cruz